ผลิตภัณฑ์ ( {{dataProducts.length}} )
บทความ ( {{dataBlogs.length}} )
| ข่าวสารและบทความ | Checklist 5 จุดสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องดูดควัน ฉบับเข้าใจง่าย
cr.ภาพจาก : Pinterest
หัวใจสำคัญของเครื่องดูดควันคือ มอเตอร์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดกำลังของแรงดูด โดยมีหน่วยวัดเป็นลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับครัวขนาดเล็ก ครัวคอนโด ครัวทั่วไปที่ทำอาหารเบาๆ แนะนำกำลังดูด 500 - 800 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (cbm/hr) ก็เพียงพอ แต่หากเป็นครัวไทยที่เน้นการทำอาหารหนักๆ ใช้ทำอาหารเป็นหลัก แน่นอนว่าจะมีควันและกลิ่นไม่พึงประสงค์เยอะกว่า จึงควรเลือกติดตั้งเครื่องดูดควันที่มีกำลังแรงดูดตั้งแต่ 1,000 - 1,400 (cbm/hr) ขึ้นไป เพื่อให้สามารถจัดการกับอากาศในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
Tip From Guru สูตรคำนวณหากำลังดูดที่ใช่
นอกจากดูสไตล์การทำอาหารแล้ว การคำนวณหากำลังดูดจากขนาดของห้องครัวเป็นอีกหนึ่งวิธีที่แม่นยำที่สุดในการเลือกติดตั้งเครื่องดูดควัน โดยเครื่องดูดควันที่ดีควรระบายและหมุนเวียนอากาศในห้องครัวออกไปทิ้งข้างนอกได้อย่างน้อย 12 เท่าในทุกๆ 1 ชั่วโมง
ยกตัวอย่างการคำนวณ
ห้องครัวขนาดกว้าง 3 เมตร, ยาว 3 เมตร และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร
-หาปริมาตรห้อง: 3 x 3 x 2.5 = 22.5 cbm
-คูณด้วยจำนวนเท่าที่ต้องหมุนเวียนอากาศ: 22.5 x 12 = 270 cbm
ฉะนั้นจึงควรติดตั้งเครื่องดูดควันที่มีกำลังแรงดูดไม่น้อยกว่า 270 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยอาจเลือกเผื่อกำลังดูดไว้ที่ 500 - 800 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อชดเชยแรงต้านในท่อระบายอากาศและป้องกันกลิ่นอับกวนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องดูดควันที่มีประสิทธิภาพในการทำงานและมีความทนทานสูง ขึ้นอยู่กับวัสดุภายในเครื่อง ฉะนั้นจึงควรเลือกใช้งานเครื่องดูดควันที่มีมอเตอร์เป็นใบพัดโลหะหรือใบพัดอัลลอยด์ โดยเฉพาะในครัวไทยที่มีคราบน้ำมันเกาะตัวหนาแน่น วัสดุเหล่านี้จะทนต่อความร้อนสูง ไม่เสียรูปทรงง่าย ไม่แนะนำให้เลือกเครื่องดูดควันที่มีมอเตอร์เป็นใบพัดพลาสติกเพราะจะชำรุดง่ายกว่าเมื่อโดนความร้อนและไอน้ำมันสะสมนานๆ อาจกรอบแตกหรือกำลังดูดลดลงได้

หากเลือกใช้งานเครื่องดูดควันกำลังดูดสูงมักจะมีเสียงมอเตอร์ที่ดัง แต่เครื่องที่ออกแบบมาอย่างดีจะมีการจัดการเสียงที่ดี โดยก่อนเลือกใช้งาน เราสามารถดูสเปกของระดับเสียงว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งระดับเสียงที่ดีควรอยู่ระหว่าง 50 - 65 เดซิเบล หากเสียงดังเกิน 70 เดซิเบลขึ้นไป อาจทำให้เกิดความรำคาญเมื่อต้องใช้งานจริงได้
แผ่นกรองถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญส่วนแรกที่ต้องรับศึกหนักจากคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกเมื่อต้องทำงานครัว ควรเลือกแผ่นกรองชนิดที่เป็นโลหะ ไม่ว่าจะเป็นสเตนเลสหรืออะลูมิเนียม ที่เหมาะสำหรับครัวไทย สามารถดักจับละอองน้ำมันหรือไขมันเล็กได้ดี ล้างทำความสะอาดง่าย และมีความทนทานสูง สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้เพื่อป้องกันการอุดตันของคราบเหนียวและคราบสกปรกต่างๆ

นอกจากฟังก์ชันที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องดูดควันแล้ว การบริการหลังการขาย ถือเป็นสิ่งที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ เพราะเครื่องดูดควันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งเข้ากับโครงสร้างตู้ Built-in การถอดซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่จึงทำได้ค่อนข้างยาก ฉะนั้นควรเลือกซื้อกับแบรนด์ที่ไว้วางใจได้ มีการรับประกันมอเตอร์ และมีทีมงานให้คำปรึกษา แจ้งข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ และคอยซัพพอร์ตหลังบ้าน เพื่อสร้างความอุ่นใจและมั่นใจได้ตลอดอายุการใช้งาน
สรุป Checklist 5 จุดสำคัญ เลือกซื้อเครื่องดูดควันให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริง
1.เลือกกำลังแรงดูดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำอาหาร โดยครัวทั่วไปใช้เครื่องกำลังดูด 500-800 ลบ.ม./ชม. ส่วนครัวไทยเน้นทำอาหารหนักควรเลือก 1,000-1,400 ลบ.ม./ชม. ขึ้นไป
2.เลือกมอเตอร์และใบพัดเป็นโลหะหรืออัลลอยด์เพื่อให้ทนทานต่อความร้อนและคราบน้ำมันสะสม
3.เลือกเครื่องที่ระดับเสียงไม่เกิน 50-65 เดซิเบล เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนเกินไป
4.เลือกชนิดแผ่นกรองที่ดูแลรักษาง่าย เช่น สเตนเลสหรืออะลูมิเนียม เพื่อให้ถอดล้างทำความสะอาดได้สะดวก
5.เลือกแบรนด์ที่มีการรับประกันมอเตอร์และทีมงานที่ดีคอยซัพพอร์ต เพื่อให้ได้รับการบริการหลังการขายที่มั่นใจได้
เพราะครัวที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการเลือกอุปกรณ์ทำงานที่ตอบโจทย์ LTP จึงได้ตั้งใจสร้างสรรค์สินค้าคุณภาพสูงเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน โดย 'เครื่องดูดควัน' ถือเป็นหนึ่งในไอเทมไฮไลท์ที่ผู้ใช้งานบอกต่อถึงความคุ้มค่ามากที่สุด
เชิญร่วมสัมผัสสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านช่องทางด้านล่าง โดยทีมงานของเราพร้อมดูแลและให้คำปรึกษา เพื่อเปลี่ยนห้องครัวธรรมดาให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของทุกคนในทุกๆ วัน
Facebook : https://www.facebook.com/ltpmetal
Line OA : @Ltpgroup
โทร 02-1918766 ต่อ 10
บริษัท ลาภทวีภัณฑ์ กรุ๊ป
98,98/1,101 หมู่ที่ 2 ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี 11150